Browse Category by สาระเพื่อสุขภาพ
การพนันออนไลน์, กีฬาออนไลน์, สาระเพื่อสุขภาพ, สูตรเล่นพนัน

เลกาเนส แทงบอลออนไลน์ น้องใหม่น่าจับตา

ฤดูกาลนี้ลาลีกาจะได้ตอนรับทีมน้องใหม่อย่าง เลกาเนส ที่ได้ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศเป็นหนแรกของสโมสรหลังจาก่อนตั้งทีมมาตั้งแต่ปี 1928 รวมแล้วก็ 88 ปี เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนทีมยังเล่นอยู่ในเซกุนด้า บี หรือก็คือลีกอันดับ 3 ของประเทศ แต่ผ่านไปแค่ 2 ปี ทีมก็ประสบความสำเร็จคร้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์สโมสร ได้เล่นในลีกสูงสุด ที่น่าสนใจคือ เลกาเนส เป็นทีมที่อยู่ในเมืองมาดริด รวมกับทีมใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด สำหรับนักเตะที่น่าจับตามองของเลากาเนส ก็มีอย่าง อเล็กซานเดอร์ ซีมาโนว์สกี ดาวเตะชาวอาร์เจติน่าที่เป็นดาวซัลโวของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว นอกจากนี้ก็มี รูเบน เปเรซ ที่ยืมตัวมาจากกรานาด้า รวมทั้ง อูไน โลเปซ มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ยือตัวมาจากแอธเลติก บิลเบา

อนาคตของ ซิเมโอเน่

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมแอตเลติโก้ มาดริดตั้งแต่ธันวาคม 2011 พาทีมเป็นแชมป์ไปแล้ว 5 รายการ ซึ่งมีถ้วยใหญ่อย่างแชมป์ลาลีกาในปี 2013-14 และแชมป์ยูโรป้าลีกปี 2011-12 แต่ยังทำได้แค่รองแชมป์ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแม้จะได้เข้าชิงแล้วถึง 2 หน คือในปี 2013-14 และฤดูกาลล่าสุด 2015-16 ระยะเวลา 4 ปีครึ่ง ซิเมโอเน่ ถือว่าได้รับการยอมรับในฐานะกุนซือหนุ่มที่มีฝีไม้ลายมือ สามารถปั้นทีมตราหมีขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมแถวหน้าของยุโรป ได้ลุ้นแชมป์ลาลีกากับ 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ทำให้ช่วงหลายฤดูกาลหลังมีข่าวตลอดว่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปทีมอื่นๆ อยากจะได้ ซิเมโอเน่ ไปทำงาน ฤดูกาลนี้ถือเป็นอีกฤดูกาลที่น่าจับตาของ ซิเมโอเน่ แทงบอลออนไลน์ เพราะแอตฯมาดริดของเขาแทบจะไม่เสียผู้เล่นตัวหลักออกไปเลย แถมยังได้นักเตะใหม่ที่น่าสนใจเข้ามาเสริมทีมอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น กาแวง กาเมโร่ กองหน้าจากเซบีย่า, นิโคลาส ไกตัน กองกลางฟอร์มแรงชาวอาร์เจไนต์ที่ย้ายมาจากเบนฟิก้า รวมทั้งกองหลังอย่าง เซียม วาร์ซัลโก้ จากทีมซัสเซาโล่ ฤดูกาลนี้อาจจะเป็นปีที่ ซิเมโอเน่ พาแอตฯมาดริดประสบความสำเร็จสูงสุด หรือไม่ก็อาจเป็นปีสุดท้ายที่เจ้าตัวทำงานที่นี่ก็ได้

สาระเพื่อสุขภาพ

แอปเปิ้ลหลากสี สรรพคุณที่คุณควรรู้

15

คงไม่มีใครไม่รู้จักแอปเปิ้ลแน่นอน แต่สรรพคุณของแอปเปิ้ลนั้นบางคนอาจไม่รู้ แอปเปิ้ลเป็นผลไม้แสนอร่อยที่รับประทานได้ทุกวัย และเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย แต่คุณทราบมั้ยคะว่าแอปเปิ้ลที่มีสีที่หลากหลายนั้น มีสรรพคุณ และประโยชน์ต่างกันออกไปค่ะ

วันนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของแอปเปิลแต่ละสี มาแบ่งปันกันค่ะ เพื่อที่จะได้เลือกซื้อให้ถูกใจ และตรงความต้องการของแต่ละท่านกันค่ะ

แอปเปิ้ลสีแดง

แอปเปิ้ลสีแดงเข้ม เป็นแอปเปิลสายพันธุ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในผิวแอปเปิ้ลสีแดงจะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากเทียบเท่ากับวิตามินซี ถึง 1,500 มิลลิกรัม ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะไปทำหน้าที่ขัดขวางการเติบโตของเซลล์มะเร็งในร่างกาย รวมทั้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเกิดริ้วรอยแห่งวัยอีกด้วยค่ะ

แอปเปิ้ลสีเขียว

แอปเปิ้ลสีเขียว เป็นแอปเปิ้ลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้สำหรับการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียวเลยค่ะ เพราะรสชาติของแอปเปิ้ลเขียวที่แตกต่างไปจากแอปเปิ้ลสีอื่นๆ และมีน้ำตาลน้อย นอกจากนี้เปลือกเขียวๆของแอปเปิ้ลเขียวก็ยังอัดแน่นไปด้วยประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นใยอาหารที่สูงช่วยในระบบขับถ่าย ระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง รวมทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารได้ดีอีกด้วยค่ะ

แอปเปิ้ลสีเหลือง

แอปเปิ้ลชนิดนี้เราอาจจะไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก แต่ประโยชน์ของแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้นั้นมีมากมายเลยทีเดียวคะ ไม่ว่าจะประโยชน์ในเรื่องการบำรุงรักษาดวงตา หรือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่เพียงเท่านั้นแอบเปิ้ลสีเหลืองยังช่วยล้างสารพิษที่สะสมในตับออกจากร่างกายของเราได้ดีอีกด้วยค่ะ

แอปเปิ้ลสีชมพู

แอปเปิ้ลที่ชมพู หรือแอปเปิ้ลสีชมพูอมแดงมีปริมาณวิตามินซีมากถึง 1 ใน 4 ของปริมาณของวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งวิตามินซีนี้ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรงมากขึ้น แถมยังลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้ดีอีกด้วยค่ะ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะว่า ข้อมูลเกี่ยวกับแอปเปิ้ลแต่ละชนิดที่นำมาแบ่งปันในวันนี้ จะมีประโยชน์ต่อคุณแม่บ้าน พ่อบ้าน และคนที่รักสุขภาพไม่มากก็น้อยค่ะ เพื่อที่จะได้เลือกซื้อกันได้ตรงกับความต้องการ ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก รักษาหุ่นหรือเสริมภูมิคุ้นกันค่ะ และกลับมาติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีๆแบบนี้ ได้ที่นี่ทุกวันกับ “ข้าวหงษ์ทองไลฟ์ ข้าวอร่อยเพื่อสุขภาพ” นะคะ

สาระเพื่อสุขภาพ

ข้าวโพดสีม่วง ต้านมะเร็งได้นะ

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87

จากการเปิดเผยการสำรวจผลสุขภาพของคนไทย พบว่าคนไทยมีรอบเอวเกินมาตรฐาน ซึ่งเกิดจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายน้อย จึงส่งผลให้คนไทยเสียงเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน ฯ จึงอยากให้คนไทยหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้นพร้อมกับทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างวันนี้จะของยกตัวอย่าง ข้าวโพดสีม่วง หรือข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง เป็นธัญพืชที่มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็น สารต่อต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยให้อัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายลดลง และในข้าวโพดชนิดนี้ ยังมีสารช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง ต่างๆ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ข้าวโพดข้าวเหนียวอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่กำลังเป็นที่นิยมกับผู้บริโภคในขณะนี้ คือ ข้าวโพดสีม่วง หรือข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ซึ่งปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด หลายท่านคงเคยพบเห็นกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะสงสัยอยู่ว่า ข้าวโพดสีม่วง นี้มาจากไหน และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง พันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง เป็นการพัฒนาจากพันธุ์ข้าวโพดสีม่วงและพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวของบริษัทเอกชน ผลผลิตที่ได้ทำให้ได้ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงที่มีฝักใหญ่ รสชาตินุ่มลิ้น หวานและเหนียว

สารสีม่วง

สำหรับสีม่วงเข้มในเมล็ด ข้าวโพดสีม่วง นั้น เป็นสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ในระดับสูง ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งชนิดเนื้องอก เสริมความคุ้มกันให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรค สมานแผล เพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ลดภาวะการเป็นโรคหัวใจ ชะลอความเสื่อมของดวงตา ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและชะลอความแก่

การปลูก ข้าวโพดสีม่วง

สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ควรให้ความสำคัญกับดิน เพื่อให้ได้จำนวนต้นต่อไร่ และผลผลิตต่อไร่สูง เริ่มจากการไถดะและตากดินไว้ 3 – 5 วัน แล้วจึงใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 1 ตันต่อไร่ เพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้างของดิน ให้สามารถอุ้มน้ำได้นานและเพิ่มธาตุอาหารให้กับข้าวโพด จากนั้นไถแปรเพื่อย่อยดินให้แตกละเอียดเหมาะกับการงอกของเมล็ด

 

เกษตรกรสามารถปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงได้ 2 วิธี คือ ปลูกแบบแถวเดี่ยว โดยเว้นระยะห่างระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1 ต้น หรือ ปลูกแบบแถวคู่ ต้องยกร่องสูง โดยมีระยะห่างระหว่างร่อง 120 เซนติเมตร ปลูกเป็น 2 แถวข้างร่อง ห่างกัน 30 เมตร และมีระยะห่างระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1 ต้น ทั้ง 2 วิธีจะได้จำนวนต้นประมาณ 7,000-8,500 ต้นต่อไร่ และใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 2-3 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อปลูกได้ 7 วัน ข้าวโพดอยู่ในระยะกำลังงอก ควรระมัดระวังเรื่องการให้น้ำ เพราะหากขาดน้ำในระยะนี้จะทำให้การงอกไม่ดี จำนวนต้นต่อพื้นที่จะน้อยลง ส่งผลต่อจำนวนผลผลิต และอีกระยะหนึ่งที่ขาดน้ำไม่ได้คือระยะออกดอกเพราะจะทำให้เกสรไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่ดี ติดเมล็ดไม่เต็มถึงส่วนปลาย หรือติดเป็นบางส่วน ฝักที่ได้จะขายได้ราคาต่ำ ใน 2 ระยะนี้ควรให้น้ำถี่กว่าช่วงอื่นๆ ที่ตามปกติแล้วจะให้น้ำทุก 3-5 วัน ขึ้นกับสภาพต้นข้าวโพดและสภาพอากาศ

เมื่อข้าวโพดมีอายุ 40 – 45 วันหลังปลูก ถ้ามีอาการเหลืองหรือไม่สมบูรณ์ ควรใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ โรยด้านข้างต้นข้าวโพด ในขณะที่ดินมีความชื้นหรือให้น้ำตาม เพื่อเป็นการบำรุงให้ต้นข้าวโพดสมบูรณ์ แข็งแรงโดยปกติแล้วเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวข้าวโพดเมื่อมีอายุประมาณ 60-70 วันหลังปลูก แต่ระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมที่สุด คือ ระยะ 18-20 วันหลังข้าวโพดออกไหม 50% (หมายถึงข้าวโพด 100 ต้น ออกไหม 50 ต้น) แต่หากปลูกในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นอายุการเก็บเกี่ยวก็จะยืดออกไปอีก

วิธีการดูแลรักษาแปลงปลูก ข้าวโพดสีม่วง

สำหรับวิธีการดูแลรักษา หากแปลงปลูกมีวัชพืชขึ้นมาก จะส่งผลให้ข้าวโพดไม่สมบูรณ์ ผลผลิตลดลง ควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก โดยใช้อลาคลอร์ฉีดพ่นลงดินหลังจากปลูก ก่อนที่วัชพืชจะงอก ควรฉีดพ่นในขณะที่ดินต้องมีความชื้นเพื่อทำให้ยามีประสิทธิภาพดีขึ้น สำหรับช่วงที่ฝนตกชุก ต้นข้าวโพดมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคราน้ำค้างได้ง่าย ควรใช้สารเคมีป้องกันโรคราน้ำค้างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การนึ่ง ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ให้อร่อย เริ่มจากเตรียมหม้อนึ่ง ต้มน้ำให้เดือด ระหว่างนี้ปอกเปลือกหุ้มฝักออก โดยปอกให้เหลือเปลือกหุ้มฝักประมาณ 2-3 ชั้น เพื่อเป็นการรักษาสารแอนโทไซยานินให้อยู่ในเมล็ด ทำให้เมล็ดเต่งตึงน่ารับประทาน จากนั้นนำฝักข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงที่ปอกแล้ววางเรียงลงในหม้อนึ่งที่น้ำเดือดแล้ว ปิดฝา ใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25-30 นาที ควรปล่อยให้ฝักข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงที่ต้ม เย็นลง

ในระดับอุ่นๆ ก่อนรับประทาน จะทำให้สีม่วงไม่ติดมือเวลารับประทาน รวมถึงรสชาติและคุณค่าทางอาหารยังคงเดิม

การเลือกที่จะปลูกหรือขาย ข้าวโพดสีม่วง หรือข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น อาจจะเรียกได้ว่า “กำลังอยู่ในกระแส”โดยเฉพาะในผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่ชอบความแปลกใหม่ เนื่องจากรูปลักษณ์ที่ดึงดูดความสนใจแล้ว ด้วยรสชาติที่ความหวาน หอม เหนียวนุ่มของข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงยังทำให้หลายคนติดอกติดใจ พร้อมทั้งคุณประโยชน์อันหลากหลายที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นข้าวโพดเป็นธัญพืชที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารนานาชนิด เนื่องจากเป็นพืชที่ให้พลังงานสูง ในเมล็ดข้าวโพด 100 กรัมนั้น ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม โปรตีน 11.1 กรัม เกลือแร่ 1.7 กรัม ไขมัน 4.9 กรัม และเส้นไยหยาบอีก 2.1 กรัม และยังมีวิตามินที่มีประโยชน์อีกมากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอในรูปเบต้าแคโรทีน วิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ รวมถึงลูทีนและซีแซนทิน ซึ่งเป็นสารคาโรตีนอยด์ ช่วยป้องกัน

ตาเสื่อมสภาพ

ประโยชน์ของ ข้าวโพดสีม่วง

ในส่วนของสรรพคุณทางยาของ ข้าวโพดสีม่วง หรือข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ที่คนโบราณค้นพบและนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ เมล็ดของข้าวโพดใช้ทานเพื่อบำรุงร่างกาย หัวใจ ปอด ขับปัสสาวะ นำมาบดพอกรักษาแผล นอกเหนือจากนี้ยังใช้ซังข้าวโพดต้มน้ำนำมาดื่มแก้บิด ท้องร่วง ขับปัสสาวะ ต้น ราก และไหมข้าวโพด รสจืด หวาน ต้มเอาน้ำดื่ม ขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินมากๆ หรือพึ่งอาหารเสริมราคาแพงๆ เพียงแค่เราเลือกรับประทาน ศึกษาข้อมูล สารอาหาร ประโยชน์ของอาหารชนิดนั้นๆ เพียงเท่านี้เราก็จะทราบว่าอาหารที่มีคุณประโยชน์ไม่ได้อยู่ไกลเลย อยู่แค่ที่ตลาดใกล้ๆ บ้านเราเอง